Life

 

 もしもあの日、ถ้าวันนั้น...
君に出会っていなければ ฉันไม่ได้พบกับเธอ
こんなに苦しくて ก็คงไม่เจ็บปวดแบบนี้
こんなに悲しくて ไม่ต้องเสียใจขนาดนี้
こんなにせつなくて ไม่ต้องทำใจไม่ได้ขนาดนี้
こんなに涙があふれるような ไม่ต้องร้องไห้มากมาย
想いはしなかったと思う。...ขนาดนี้

けれど、แต่ถ้า...
君に出会っていなければ ฉันไม่ได้พบกับเธอ
こんなにうれしくて ก็คงไม่ได้ดีใจขนาดนี้
こんなに優しくて ไม่ได้รู้สึกถึงความอ่อนโยนแบบนี้
こんなに温かくて ไม่ได้อบอุ่นขนาดนี้
こんなに幸せな気持ちを และคงไม่เข้าใจ...
知る事もできなかったよ。ความหมายของ "ความสุข"

กลับมาเขียนไดอารี่อีกครั้งในรอบหลายปี
>________________________<

ชีวิตมีเรื่องให้น่าบันทึกเต็มไปหมด
น่าเสียดายจริงๆที่ไม่สามารถบันทึกลงที่สาธารณะแบบนี้ได้
หรือแอบไปเขียนที่ไดอารี่ล็อกได้ดีหว่า ฮ่าๆ

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงสอบอีกครั้ง
ใกล้จะสอบเสร็จล่ะ อีกแค่ 2 ตัวเท่านั้น !!
สู้เค้ามิกโกะ !!

PS * รูปสติ๊กเกอร์ข้างบนมันกลับด้าน ชิ

..
..

สอบ สอบ สอบ และสอบ
รูปนี่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเล๊ย 55

ช่วงนี้ก็ยังคงมึนๆ เอ๋อๆกันไป
ไม่มีอะไรมากกว่านี้

ชีวิตน่าจะมีอะไรให้ทำมากกว่านี้นะ
ต้องหาให้เจอให้ได้ๆ

 

วันที่สอง 12 พฤษภาคม 2550

วันนี้ตื่นมาเพราะแอร์เค้ามาเสิร์ฟอาหาร
อาหารคงเป็นอาหารอินเดียแหล่ะ เป็นไก่ เรียกว่าอะไรหว่า ?
รสชาติดึกดึ๋ยมากๆๆ + + แต่ก็รับประทานเข้าไป
(เพราะความหิวเท่านั้นจริงๆ หึหึ)
หลังจากนั้นก็หลับไปซักพัก ตื่นมาอีกทีตอนเครื่องแลนด์
พอเครื่องแลนด์แล้ว เราตื่นเต้นมากกกกกกกกก
แบบ ที่นี่ ญี่ปุ่น !!!! เป็นบ้านนอกเข้ากรุงอย่างเห็นได้ชัด 555+
แบบ โอ้ววววววว ตื่นเต้นสุดชีวิต แล้วก็อารมณ์ดีมากๆเลย
ก็เดินเข้าสู่สนามบินนาริตะอย่างตื่นเต้น(555+)

เดินๆไปเรื่อยๆผ่านฉลุย พอมาถึงตรงตม.
ก็เตรียมตัวแล้วนะ เค้าก็ถามเราว่า พูดญี่ปุ่นได้มั้ย
(ด้วยภาษาญี่ปุ่น) เราก็บอกว่าพอได้(เป็นญี่ปุ่นเช่นกัน)
แล้วเค้าก็ขอดูพาสปอร์ต เราก็ยื่นไป
(หมอนี่มันพึมพำๆอะไรอยู่ไม่รู้ เกือบตลอดเวลา)
แล้วก็ขอดูตั๋วกลับ ตอนนั้นเราก็นึก ตั๋วกลับ อยู่ไหนหว่า
คือมันอยู่กับแอม เราก็ลืมว่าฝากไว้ ก็ขอโทษเค้าแล้วหาต่อ
มันก็ทำหน้าแบบ เมื่อไหร่จะหาเจอห๊ะ แม่คู๊ณณณ
ตอนแรกตกใจๆ ทำไมไม่มีว๊ะ เลยเดินไปถามแอม
พอเจออยู่ที่แอมค่อยโล่งหน่อย ก็ส่งให้มัน ตอนแรกยังเกรงๆ
มันก็พูดเป็นภาษาญี่ปุ่นกับเจ้าหน้าที่คนข้างๆว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญจริงๆ
เอ่อ ................ ไอ้หน้าปลาจวด ................
.................... กูฟังชั้นรู้เรื่องโว้ยยยยยยย
พอได้ยินมันพูดงี้ จากหน้าหงอยๆ เปลี่ยนเป็นจ้องหน้ามันเลย
ไม่สนหรอกไอ้หน้าจืดเฮงซวยนี่ ก็เข้าใจนะว่าเซ็ง
แต่สีหน้าแบบนี้ใครเห็นก็รู้สึกแย่ทั้งนั้น ไอ้เฮงซวยยยย
เราไปยืนบ่นให้แอมฟังอยู่ข้างหลัง หลังจากผ่านไปแล้ว
หวังว่ามันจะรู้ว่าด่ามันนะ ไอ้จวดเอ้ยยยยย

มาถึงญี่ปุ่นวันแรกก็ได้ฤกษ์ด่าคนญี่ปุ่นไป 1 ยกใหญ่ๆ
แอมเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ว่า พี่นาโอะเคยพูดว่า
เค้ากลัวว่าถ้าแอมได้ไปญี่ปุ่นจริงๆ แอมจะรู้สึกเกลียดคนญี่ปุ่น
อื้มมมม พอเข้าใจนิดหน่อยแล้วสิ = =''

ก็เดินออกมา พี่นาโอะเอากระเป๋าให้หล่ะ คนน้อยมากๆ
เดินๆไปเรื่อยๆ ไปขึ้นรถไฟในสนามบิน
ต้องแบกกระเป๋าเดินทางใบเบ้อเร้อขึ้นรถไฟ - -*
ทุลักทุเลพอสมควรดีที่มันไม่หนักมากนะเนี้ยย
เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี 555+

ตลอดทริปที่ไปพี่นาโอะเป็นคนกดตั๋วให้ตลอดเลย
นี่เราถ่ายรูปตั๋วรถไฟทุกใบมา เดี๋ยวจะลองรวมราคาดู
ต่อคนใช้ค่ารถไฟไปเท่าไหร่ตลอดทริปนี้ หึหึ 0 . 0

สังเกตที่นั่งเบาะเราจะเป็นสีแดง แต่ที่ถ่ายมาเป็นเบาะสีน้ำเงิน
รถไฟของญี่ปุ่นก็เหมือนบนรถเมลล์ไทยนี่หล่ะ
มีแยกที่นั่งสำหรับผู้สูงอายุด้วย ซึ่งโบกี้นึงจะมี 1 แถว
ตอนไปก็นั่งมองตรงนี้นะ ไม่มีเด็กๆไปนั่งเลย
มีแต่คุณลุง คุณป้าทั้งนั้นมีอยู่รอบนึงมีเด็กวัยรุ่นผู้ชายไปนั่ง
พอคุณป้าคนนึงขึ้นมา เด็กผู้ชายคนนั้นก็ลุกให้

พอขึ้นรถไฟ กรุ๊ปเรามี 12 คนนั่งกันเต็มที่นั่ง 2 ล็อคพอดี
บวกกับกระเป๋าเดินทางอันยิ่งใหญ่ของแต่ละคนแล้ว
แทบไม่มีคนมาย่างกรายแถวนี้เลย 555+
(ยกเว้นคุณป้าท่าทางไฮโซช่างพูด 2 คนนั้น = =
ป้าแกพูดไม่หยุดเลย ไอ้เราก็ไม่ได้ตั้งใจจะฟังหรอก
แต่ชีทั้งคู่พูดดังมากๆ ในขณะที่ในรถไฟมันเงียบกริบเลย
คุยกันตั้งแต่เรื่องความสวยความงาม ลูกหลาน โอ้ย อะไรนักหนา
พูดเก่งจริงๆให้ตาย แล้วกรรมของเวรแท้ๆ
คนข้างๆเราลุกไป 2 คนพอดี ได้ที่ให้ชีทั้งคู่อีก นั่งฟังกันยาวไปเลย = =)

มาลงที่สถานีคุรามาเอะ เราพักอยู่แถวคุรามาเอะ
ชื่อคุรามาเอะ โฮเตล(ตั้งชื่อง่ายดีจริงๆ แต่มันก็ใกล้สถานีมากๆ)
จากที่พักเดินไปสถานีคุรามาเอะประมาณ 3 นาทีเองมั้ง(หรืออาจจะน้อยกว่า ถ้าเดินไวๆ)
รูปแรกเป็นบรรยากาศข้างหน้าโรงแรม รูปที่สองเป็นป้าย เหมือนที่อยู่ ?
จะบอกว่าเป็นโรงแรมราคาประหยัดก็ได้นะ แต่นี่ก็สะดวกสบายดีแล้วหล่ะ
อีกอย่าง แถวนี้ไม่ค่อยมีคนด้วย ชอบๆ สงบดี อากาศก็ดี๊ดี

หลังจากเอาของฝากไว้ที่ล็อบบี้ก็ถึงเวลาของอาหารเช้า
เดินไปไม่ไกลเลยจากที่พัก จะมีร้านอาหารให้เลือกเต็มไปหมด

ตอนเดินออกมา มีคุณยามมาปั่นจักรยานวนเวียนอยู่ด้วย
เค้าก็เค้ามาถามว่า เป็นคนเกาหลีหรอ ว้ายยยย
หน้าชั้นเป็นเกาหลีได้หรอเนี่ย(5555+)
พอบอกว่าเป็นคนไทยก็พยักหน้าหงึกหงัก ยิ้มแล้วก็จากไป

แล้วพี่นาโอะก็เลือกร้านนี้ Dennys (คุณลุงที่อยู่ในรูปคุ้นๆเนอะ 555+)

ภายในร้านอาหารมีขายของกระจุ๊กกระจิ๊กด้วยอ่ะ
มีตุ๊กตาสติชงี้ มารีงี้แล้วก็ขนมหน้าตาน่ารักๆทั้งหลาย
พนักงานร้านนี้คนที่ยืนตรงแคชเชียร์น่ะ
หน้าเหมือนไอ้เฟิร์นมากกก ฟันงี้เหยินใช่เลย 5555+
ยังบอกแอมเลย ไอ้เฟิร์นมันมีญาติที่นี่ป่าววะ พิมพ์เดียวกันเล๊ย 55555+

ไอซ์ที ของเราเอง รู้สึกว่าจะคิดผิดมากๆที่สั่ง
มันจืดมาก ไม่รู้จริงๆว่าเครื่องดื่ม + อาหารที่นี่ ไม่เน้นหวานเลย
บ้านเราไอซ์ที จะติดหวานเล็กน้อย พอกล้อมแกล่ม
แต่ที่นี่ไอซ์ทีก็ไอซ์ทีจริงๆ แปลตรงตัวเลยคือ ชาเย็น
ก็เป็นแค่ชาใส่น้ำเงิน แล้วชาญี่ปุ่นนี่คือ อย่างจืด
ก็เลยได้บทเรียนตั้งแต่วันแรกว่า ควรสั่งโค้ก ไม่ก็น้ำเปล่า เวิร์คสุด = =''

เป็นออมเล็ตของกิ ไม่ได้กินเองหรอก ถ่ายของคนอื่นเค้ามา 555+
ดูเยิ้มๆ น่ากินเนอะ ไม่รู้อร่อยมั้ย แต่เหมือนว่าจะไม่? ^^''
(สังเกตจากการที่กินเหลือทั้งๆที่หิวกันมากมาย)

สปาร์เก็ตตี้อะไรหว่า ลืมๆ จริงๆมันก็อร่อยนะ
แต่ก็เลี่ยนสุดๆ ขนาดไม่มีซอสอะไรราด ยังเลี่ยนได้เลย

มันเป็นเรื่องผิดปกติมาก ที่มามื้อแรกก็เหลือซะแล้ว = =''

อันนี้ห้องน้ำใน Dennys

ความไฮโซของมัน ปุ่มฉีดโอชิริ 555+ สุดๆเล๊ย

หลังจากกินเสร็จก็เดินทางต่อ โปรแกรมวันนี้คือที่โอไดบะ !!

ถ่ายมาเพราะ มันเป็นคำว่า อุเอดะ 555555+

รูปบนมีชื่อชี่ด้วย มีตัวโคชิ 5555+ เท่ห์ๆ

ตั๋วรถไฟอีกใบ ใบแรก 170+210 = 380 แล้วนะ 380 นี่ต่อคนนะเนี้ย
มี 12 คน เฮือกกกก ซีดกันเลยทีเดียว = =

พี่นะ ไอซ์ และพี่อีฟและอีกรูปคนที่นั่งหลับแบบเนียนๆคือพี่นาโอะ
คนญี่ปุ่นนี่นะ พอขึ้นรถไฟก็ต้องหา activities อะไรซักอย่างทำ
สังเกตทุกวัน เค้าต้องทำอะไรซักอย่างจะไม่ค่อยนั่งเหม่อลอยเหมือนบ้านเรา
ที่เห็นหลักๆก็คือ หลับ (เช่นลุงนาโอะในรูป เป็นต้น) อ่านหนังสือเล่มเล็กๆ
ส่งเมลล์ เล่นเกมส์มือถือ ฟังเพลง สังเกตว่าถ้าที่ตัวเค้าไม่มีหนังสือ ไม่ได้ฟังเพลง
ไม่ได้หยิบมือถือออกมากด ก็เลยตัวเลือกเดียวเลยคือ นั่งหลับ (แล้วไม่เลยสถานีด้วย เจ๋งกันจริงๆ)

มาต่อรถไฟที่ชิโอโดเมะ

พี่นาโอะกดอยู่คนเดียว จริงๆก็อยากลองมั่งนะ แต่กลัวทำเสียเวลา = =

เอ่อ เมื้อกี้ 380+310 = 690 แล้วนะ ตั๋วสวยแฮะๆ

ซ้ายคือเจ้าของได ขวาก็น้องสาวเจ้าของได =')

ข้ามเรนโบว์ บริจ มองๆแล้วโอไดบะสวยมากๆ
ดูทันสมัย สมกับเป็นเมืองใหม่ มีทั้งตึกทั้งสวน ลงตัวมากๆ สวยๆ

มาเที่ยวที่ห้าง DECKS มีสวนสนุกด้วยนะในนี้
(ทำไมรูปนี้เสื้อชั้นมันพองๆวะ ดูเบี้ยวๆพิลึก)

ไหนๆก็มาแล้ว เอาซะหน่อยๆ คริๆ

ค่าเข้าเฉยๆ ก็ ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 300 เยน
ถ้าเป็นแบบพาสปอร์ต เล่นได้ทุกเครื่องเล่น ผู้ใหญ่ 3,300 เยน เด็ก 3,100 เยน
แล้วก็มีราคาตอนกลางคืนด้วย ผู้ใหญ่ 2,300 เยน เด็ก 2,100 เยน

สำหรับพวกเราแล้ว คงไม่มีเวลาเล่นเครื่องเล่นทุกชนิดหรอก
ก็เลยเสียแค่ค่าเข้าไปดูข้างใน คนละ 500 เยน กะแอม

ลายเซ็นวินส์ ตั้งแต่ปี 2001 เปิดมา 4 ปี+ แล้วสิถ้างั้น
ข้างในยังดูใหม่ๆอยู่เลย เจ๋งแฮะๆ
เครื่องเล่นในนั้นก็น่าสนุกหมดหล่ะ แต่คิวที่รอมันยาวมากกก
ก็เลยเดินทั่วๆกันก่อน (จากการสังเกตของเราเอง
คนที่มาส่วนใหญ่เป็นคู่รักที่มาเดททั้งน้านนนนน
มันช่างน่าอิจฉาตาร้อน ไม่ไหวๆๆ)

* 0 * ตู้พุริ ราคา 400 เยนแต่งได้นานมาก แต่ละตู้
ก็มีลูกเล่นไม่เหมือนกัน เราถ่ายตู้ตรงกลางไป
ดูซิเนี้ย ฝีมือเราเอง 555+ ไม่รกนี่ไม่ใช่เราล่ะ
แต่งยังไงก็ได้ให้มันรกๆอ่ะ ใช่เลย =')

เห็นตรงนี้แล้วฮา เราเป็นคนเสนอเองว่าอยากเข้าบ้านผีสิง
ซึ่งพอเดินเข้าไปแล้ว รู้สึกคิดผิดนิดๆ น่ากลัวโคตรรรรรรรร
ชั้นบนสุดเหมือนละแวกผีสิง มีแต่บ้านผีสิงทั้งน้านน
เราเลือกที่จะเข้าอันนี้ คนน้อยดี

พอไปต่อ จริงๆมันเข้าได้ทีละ3 คน แต่ตอนนั้นมี 5 คน
ก็เลยแบบ โอเนะไก้ๆ เค้าก็ยอมเว้ย ฮู้วววว
(โอเนะไก้ = ประมาณว่า Please ><)
อันนี้มันเหมือนเป็นหนังผีของเค้ามั้ง ไม่เคยเห็น
คงดังนิดนึงแหละ ไม่งั้นคงไม่มาทำเป็นบ้านผีสิงแบบนี้
พอถึงคิวเรา เค้าก็มาพูดๆ ตอนแรกพูดญี่ปุ่นเฉยเลย
แล้วเราก็พูดภาษาไทยกันอยู่ เค้าก็เลยเปลี่ยนเป็นอังกฤษโดยฉับพลัน 555+
เค้าก็อธิบายๆ แล้วเอามือถือมาให้ ต้องมีใครซักคนถือไว้
เถียงกันใหญ่ ไอซ์ถือเด่ะ พี่อีฟถือเด่ะ สุดท้ายก็พี่อีฟถือ ซวยไป 555+
เหมือนว่าจะมีคนโทรเข้ามาในมือถือ (แค่คิดยังหลอน = =)
พอเดินเข้าไป เค้าก็เดินมาอธิบายต่อไป No Return, O.K. ?
เอ่อ ตอนนั้นก็ตอบไปอย่างมั่นใจมากว่า O.K.! อ่ะนะ
พอเข้าไป ชักอยากรีเทิร์นแล้วดิ่ โคไว่มากกกกกกกก
(โคไว่ = น่ากลัวนะค่า) สุดๆๆๆๆ จำห้องไม่ได้ล่ะ เข้าไปก็มัวแต่ผลักกัน 555+
เฮ้ย เดินดิ่! เฮ้ย ใครนำที! แว๊ก! อย่าหยุดสิ!
ทุกคนล้วนก้าวขาไม่ออก จำไม่ได้ล่ะใครซักคนถึงกะเข่าอ่อน
น่ากลัวมากกก พอเดินไปซักพัก ก็มีคนวิ่งไล่ตามอ่ะ แว๊กกกกกกกก
เราอยู่หลังสุด สติกระเจิง ดันพวกข้างหน้าให้วิ่งๆ ก็ดันไม่ไป
เพราะข้างหน้าก็ไม่ค่อยกล้าเดินต่อกัน = = เรานี่แบบ แว๊กกกกกกก
แหกปาก จะวิ่งนำก็กลัว มืดจริงๆ จำได้ว่าเราตะโกนตลอดทาง
ไม่เป็นไรๆๆๆ ไม่ใช่ของจริงงง อะไรพวกนี้ล่ะ 5555+

ยังไม่จบ ก็เดินมาจนถึงทางเลี้ยวโค้ง
พอผลักๆกันไป (ไม่ใช้เดินนะ ใช้ผลักๆกันไป เกาะเป็นกลุ่มก้อนมาก 555+)
ก็เจอทางมืดๆ ยาวเลย แล้วมันแบบ โล่ง มืด แล้วมองปลายทางไม่เห็น
ใครจะกล้าเดินไปวะ น่ากลัวชิบเป๋ง = =
ตรงนี้ล่ะ ที่น่ากลัวที่สุด โฮกกก เรายังแอบสั่น
มีคนไม่ยอมเดินต่อด้วย 555+ เราก็พูดๆ ไม่เดินก็ไม่ได้ออกไปนะ!
แบบ ตอนนั้น อยากออกไปจากที่นี่แล้ว พอแล้ววว กลัวแล้ววว คิดแค่เนี๊ยะ!
พอเดินไปก็มีคนมาวิ่งไล่ตามอีก แว๊กก ใส่ตีนหมาเลย กลัวแล้วๆๆๆ
พอเห็นแสงสว่างเท่านั้น นี่เหมือนสวรรค์เลย โล่งงงงง มากกกก
ออกมานี่ หายใจแทบไม่ทัน 555+ ขำมากๆ แต่ละคน สติกระเจิง

ก็เลยมาขอพี่คนนี้ถ่ายรูปไว้ คนที่อธิบายตอนแรกนั่นหล่ะ
สงสัยไอ้ผีที่วิ่งตามคนที่ 2 นี่คนนี้แน่ๆเลย เห็นตัวสูงๆ
ซักพักก็เห็นมีพนักงานผู้ญ ตัวเล็กๆมาเปลี่ยน ก็เลยเดาได้อีกว่า
ไอ้ผีตัวแรกที่วิ่งตามก็คงเป็นคนนี้แหละ เล่นเอาซะ วิญญาณจะหลุด = = บรื๋ออ

กาจาปอง ไปกดตู้ซินนาม่อนมาด้วย 100 เยนเอง

พุริอีกรอบก่อนออก ตู้นี้ไฮโซ มีแว๊บๆ ด้วย คิระๆ

ถ่ายกะแอม 2 คน หน้าแป้นแล้นมาก 555+

เดินต่อ มุ่งหน้าสู่ Palette Town

สวยยยย บรรยากาศดีมากๆ
(แอบสังเกตอีกหล่ะ ว่าคู่รักเยอะมากๆๆๆ)

พอใช้ได้นะ แต่ลิปตันดีกว่าเย๊อ

เตรียมตัวขึ้นกระเช้า (คนในป้ายนี่คนที่เล่นละครพีนี่น่า ที่เป็นเอริ)

วันนี้หน้าเหี่ยวมากมาย เครื่องสำอางค์ลบไม่พอยังเลอะอีก ว๊ากๆๆ
ก็เลย หน้าโทรม สภาพไม่เหลือความเป็นคนอย่างที่เห็น หน้าจืดสุดๆ

ทิวทัศน์สวยๆจากเบื้องบน

กระเช้าสีฟ้าคือของพวกพี่นะ เรายังแปลกใจเลยว่าตอนขึ้นเนี้ย
เราก็เดินมากะพวกพี่อีฟ เป็น 6 คน จะขึ้นกระเช้าเดียวกันก็ได้
แต่ตอนนั้นเราเดินนำไปกะแอมก่อน ไอซ์ก็เดินตามมานะ
แต่พอเรากะแอมขึ้นไป เค้าก็ปิดประตูกระเช้าเฉยเลย
ไอ้เราก็งง ... ให้เรามาสวีทกับแอม 2 คนซะงั้น 5555+
ดีๆ ส่วนตัวดี ก็เลยบ้าๆบอๆกันบนนั้นซะเต็มที่เลย
เห็นที่ป้ายบอกว่า ใช้เวลา 16 นาทีแหน่ะถึงจะหมุนรอบ

อีกรูปที่เห็นเป็นยอดลางๆก็คือโตเกียว ทาวเวอร์หล่ะ
เป็นอีกจุดหมายปลายทางของวันนี้ =')

ที่ญี่ปุ่นนี่เค้าชอบอะไรที่คัลเลอร์ฟูลจริงๆนะ เราเองก็ชอบเหมือนกัน =')

เดินกลับมาที่ DECKS ตอนแรกจะได้กินร้านนี้ ซูชิ >____<

เห็นแล้วก็อยากกินนะ แต่คนเยอะมากๆ พี่นาโอะก็เลยต้องเปลี่ยนร้าน
ตอนนี้สงสารพี่นาโอะมากๆ เค้าเหนื่อยอยู่แล้ว ยังต้องมาเครียดอีก T^ T
ร้านแถวนั้นมันเต็มหมดเลย เพราะมันก็เป็นเวลาดินเนอร์ด้วย
สุดท้ายก็มาลงเอยที่ชาบูชาบูราคาแบบว่า แพงมากมายมหาศาล
เป็นชาบูชาบูบุฟเฟ่ รวมๆแล้วไม่รู้กี่หมื่นเยนที่จ่ายไป แพงมากกกก

ไอซ์ก็ป่วนมากที่นี่ แต่ก็ตลกดี เฮฮาๆ
คุณป้าที่นี่ก็น่ารักด้วย เค้าก็ถามเราว่าเป็นคนประเทศไหน
พี่นาโอะก็บอกว่าเป็น กาคุเซ ฮู้ว ลดอายุให้เราด้วย 555+

ยังๆ ยังไม่ยอมหมดวันซักที เดินกันขาลากเลย ดึกแล้วด้วยนะเนี่ย ดูสิ มันมึดแล้วนะ!

อ่ะ 680 + 310 + 170 = 1160 วันนี้แค่ค่ารถไฟก็คือคนละ 1,160 เยนเข้าไปแล้ว

แว๊บ วิ่งมาถ่ายรูปซะหน่อย

ว้ายยยยยย กรี๊ดดดดดดดด ไม่อยากจะเชื่อเลย
ตัดสินใจถูกจริงๆที่มาตอนกลางคืน
ตอนแรกจะมาตอนเช้ากัน โดยส่วนตัวเราชอบวิวกลางคืนมากกว่า
โฮกกก ตอนเห็นภาพนี้อยู่ตรงหน้านะ ขนลุกมากๆเลย
ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา เรายังไม่ค่อยรู้สึกนะว่าเราอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วนะ
แต่พอแค่เห็นโตเกียว ทาวเวอร์แล้วเท่านั้นแหละ
มันปรี๊ดดดขึ้นมาจากไหนไม่รู้ ความรู้สึกแบบว่า ...
นี่แหล่ะ ญี่ปุ่น !!! ตอนนี้ชั้นอยู่ญี่ปุ่น !!! อะไรแบบเนี๊ยะ 55+ บ้าจริงๆเลยชั้น

ทางข้าม มีทางเฉพาะจากจักรยานด้วย อากาศที่นี่น่าปั่นจักรยานมากๆเลยนะ
ถนนหนทางก็เอื้ออำนวย ดีๆ ถนนโล่งๆแตกต่างจากบ้านเราลิบลับเลบ

อยู่ในช่วงเดินไปโตเกียว ทาวเวอร์ >___<

ถึงแล้ว !!!

ตั๋ว คนละ 800 เยน รู้สึกว่าถ้าจะขึ้นไปสูงกว่านั้นก็ต้องเสียเพิ่มอีก

นี่พยายามมือนิ่งที่สุดแล้วหล่ะ ได้แค่นี้แหล่ะ สุดความสามารถแล้วจริงๆ
สวยมากเลย มากๆๆๆๆๆเลย ใครจะไปคิดว่าจะได้เห็นกับตาตัวเองเร็วขนาดนี้!
เราหลงใหลวิวกลางคืนมากๆ โดยเฉพาะวิวกลางคืนที่ญี่ปุ่นแล้ว
นี่หล่ะ สุดยอดเลย! มีความสุขมากๆจริงๆ T ^ T

แอมถ่ายให้

ก่อนจะลงก็ไปซื้อของที่ระลึกเล็กน้อย
น่าเสียดาย ไม่มีเวลาซื้อเสื้อยืด เสื้อยืดรูปโตเกียว ทาวเวอร์สวยมากๆ
มาเห็นตอนลงมาแล้ว มันสายไป T ^ T'' เอาไว้คราวหน้าๆ
จะได้มีจุดประสงค์ในการกลับไปอีก 555+

โตเกียว ทาวเวอร์ ฝีมือตัวเอง T ^ T'' ปลื้มมม

ขากลับนี่ก็ มีคนบ่นอิดออด ว่าไม่อยากเดินแล้ว
จริงๆเราก็เมื่อยนะ แต่เราไม่อยากบ่น
เห็นหน้าพี่นาโอะ เราก็ไม่อยากทำตัวเหนื่อยต่อหน้าเค้าหรอก
อีกอย่างนี่มันญี่ปุ่นนะ จะเดินรับลมกันหน่อยจะเป็นไรไป
นี่ขนาดเดินมาทั้งวัน เหงื่อยังไม่ออกเลยซักนิด อากาศเย็นมากกก
สุดท้ายพี่นาโอะก็ต้องเสียเงินโดยใช่เหตุอีกครั้งโดยการกลับโดยแท็กซี่

เฮ้อ = = เราอ่ะไหวนะ แต่รู้สึกจะมีคนที่ไม่ไหว
แท็กซี่ที่นี่ สตาร์ทที่ 660 เยน หรือ 191 บาท แพงมากมายยย
แถมมิเตอร์ขึ้นทีละ 80 เยน คือ ขึ้นทีละ 23 บาท
แม่เจ้าโว้ย แพงมากมาย แล้วขึ้นไวมากๆ
จากโตเกียว ทาวเวอร์ มาถึงที่คุรามาเอะ ก็เสียไปประมาณ 2,300 เยน
หรือเท่ากับ667 นี่แค่คันเดียวนะ แล้วแยกกันไป 3 คัน
อีกคันแท็กซี่แอบพาหลงเล็กน้อย เสียไป 3,000 กว่าๆเยน = =
แค่ค่าแท็กซี่ก็หมดไปหมื่นเยนแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ควรเสียเลยจริงๆ เฮ้อ = =

ก็มาเช็คอิน ขึ้นไปเอาของ เราอยู่ห้อง ? (ลืม 555+)
เดี๋ยวค่อยเอารูปเลขห้องมาเพิ่มทีหลังแล้วกัน

มี 3 เตียง เราอยู่ห้องเดียวกับ แอม แล้วก็ไอซ์ นอนเตียงกลางเลย =')

ออกไปช้อปปิ้งที่ LAWSON มา 555+
ไปสอยปิโน่มาลอย อร่อยดีๆ

โคฮี กิวนิว เห็นแล้วนึกถึงพีจริงๆ

พุดดิ้งแสนอร่อย อยากกินอีกกกก
มีในละครจุนด้วยนะ 5555+ ฮามากๆตอนเห็น
เฮ้ย! อันนี้ชั้นเคยกินแล้ว 555+

เป็นสาหร่ายที่แอมสอยมาจากลอสัน

หน้าตาแบบนี้ อร่อยมากเลย เคี้ยงแล้วกรุบกริบ
ชอบๆ ในไทยไม่มีแบบนี้อ่ะ เปรี้ยวๆด้วย ชอบๆ

กระป๋องโค้กแบบยาว แบบยาว 110 เยน แบบสั้นก็ 110 เยน
ก็ต้องกดแบบยาวสิ (แสดงความงก 555+)

ผ่านไป 1 วัน เหนื่อยมากมายเลยวันนั้น (ทำรูป + พิมพ์รีพอร์ตก็เหนื่อยพอกัน)
เหลืออีกตั้ง 3 วัน (จะเป็นลม = =) เอาไว้จะทยอยๆลงแล้วกันน้า
เหลือรูปอีกบานเลยล่ะ เอาไว้ถ้านึกอะไรออกจะมาพิมพ์เพิ่มด้วย
อยากจะเก็บประสบการณ์ทุกๆอย่างเอาไว้ =')

..

..

Aiko - シアワセ (Shiawase)

0 * เหนื่อยมากกก กว่าจะครบ
1 * คนรถไฟ ต่อคน วันนี้ 1160 เยน
2 * ไดหน้านี้ยาวมากๆ 555+
3 * จะมีคนอ่านจบมั้ยเนี้ย ? ^^''
4 * ชอบเพลงนี้จัง ไอโกะเสียงดีๆ
5 * ไว้รอตอนหน้าแล้วกันนะ จะรีบๆทำรูปให้เร็วที่สุด อาจจะเป็นพรุ่งนี้ก็ได้ ? 555+
6 * ฝึกงานจบแล้ว จะได้กลับม.แล้วสินะ ! >__________<

ผู้เดินทางทริปนี้ (ซ้าย)มิกโกะ54 * ออย (ขวา)แฟรี่เอมิลี่ * แอม

สปอนเซอร์หรือผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของทริปนี้
(ซ้าย)คุณแม่เบ็ตตี้ (ขวา)คุณพ่อแฟนเบ็ตตี้ 5555+

วันแรก 11 พฤษภาคม 2550

วันนี้ตื่นเต้นมากมายยยย พ่อก็รีบซะ ไปถึงสนามบินตั้งแต่ 5 โมงเย็น
โดยที่กว่าเครื่องจะออกก็ปาเข้าไป เที่ยงคืนโน้น รีบจริ๊งงง
ก็ไปหาอะไรกินในสนามบิน อาหารที่นี่มันต้องแพงอยู่ล่ะ
มามื้อเดียว แบงค์พันพ่อก็ปลิวว่อนไป 1 ใบ ~~
แบงค์ 500 ยังเอาไม่อยู่ ให้มันได้ยังงี้สิ !!! (แต่สำหรับ 4 คนนะ)
อาหารที่กินก็อย่างที่เห็นในรูป มีแค่นี้นี่หล่ะ + + แพ๊งแพง

สปาร์เก็ตตี้ของแอม

ข้าวหน้าเป็ดของออย

ก๋วยเตี๋ยวเป็ดของพ่อ

ขนมจีบของเบ็ตตี้ 555+ (เรียกเบ็ตตี้น่ารักจะตาย)

กาแฟเย็นของเราเอง (แป๊บเดียวหมด)

เราก็นั่งรอเวลาไปเรื่อยๆ พี่อีฟนัดไว้ตั้ง 4 ทุ่มโน้น
มาก่อนเวลากี่ชั่วโมงล่ะเนี้ย = ='' (ราวๆ 5 ช.ม.ได้มั้ง)

ภายในสุวรรณภูมิ ระหว่างนั่งรอ

กระเป๋าของเรากับแอม สีชมพูของเรา สีดำๆของแอม
ขาไปยังดีน่า ขากลับนี่ แว๊กกก ใส่ที่ถ่วงน้ำหนักลงไปรึไงวะเนี้ยยย

คุยโทรศัพท์กับมาคไปเรื่อยๆ จนทุกคนมาครบก็ไปเช็คพาสปอร์ต
ระหว่างนั้นก็มีถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเล็กๆน้อยๆ
ยัยไอซ์มีการร้องไห้อีก คิดถึงพ่ออะไรงี้ วุ้ยย ไป 4 วันย่ะ ไม่ได้ไปเป็นปี เว่อเอาโล่จริงๆ
พอเรียบร้อย
แล้วก็เดินเข้าไปข้างใน เขียนบัตรขาออก
แล้วก็จะเข้าไปเจอกับร้านค้าปลอดภาษีทั้งหลายเรียงรายอยู่ * 0 *
ดูแล้วละลานตามากๆ เดินดมน้ำหอมจนจมูกไม่ได้กลิ่นอย่างอื่นเลย = =

ดูไม่นานก็เดินไปเข้าเกทล่ะ เกทเลขอะไรน้า ลืมๆๆ
จะใบ้หวยซะหน่อยลืมเลขซะงั้น 55555+
มองๆแล้วสนามบินบ้านเราก็สวยดีนะ ดูโอ่โถงมากๆ
ไปนั่งรอ ก็นั่งคุยกับแอมไป - อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง
เราจะอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วนะ !!! - ตื่นเต้นสุดๆไปเลย >____<''
ซักพักก็มีพนักงานเรียก ก็เดินไปยื่นบอร์ดดิ้งพาส
แล้วก็ขึ้นเครื่อง แอบป่วง นั่งที่ผิดอีก 5555555555+
ลาวจริงๆตัวเองเนี๊ย - - อายเล็กๆ ทำลุกแบบนิ่งๆ
แล้วก็รีบเดินไปจากตรงนั้น 55555555555+
เรานั่งกับแอมแล้วก็ตาล เป็นเพื่อนของน้องไอซ์ชื่อกิ

พูดถึงคนที่ไปทริปนี้ดีกว่าว่ามีใครบ้าง ก็มี เรา (แน่ล่ะ)
แล้วก็แอม(น้องสาวเราเอง) แล้วก็ไอซ์(เพื่อนแอม)
กิ(น้องสาวไอซ์) ตาล(เพื่อนกิ) พี่นะ พี่รัฐ เอ๋ โอ๋ พี่เชอรี่
แล้วก็พี่อีฟกับพี่นาโอะ รวมทั้งหมด 12 คน ^^a

พอขึ้นเครื่องไปได้ซักก็หลับยาววววววววว
หลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของเช้าวันที่ 12 ล่ะ ^^a

- จะไปญี่ปุ่นแล้วนะะะะ (ตื่นเต้นๆ) -

..

..

Keisuke Kuwata (Southern All Stars) - "明日晴れるかな" (ashita hareru kana)

0 * ญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต !!
1 * วันนั้นนี่ตื่นเต้นมากๆเลย ดูบ้านนอกเข้ากรุงสุดๆ 555+
2 * ขอโทษที่มารีพอร์ตช้าน้า เดี๋ยวจะเร่งทำรูปวันต่อไปหล่ะ (ซึ่งเยอะแยะมากมาย)
3 * เริ่มไม่ชอบเครื่องบินหล่ะ ไป Air India เมื่อยหลังงงง + กลิ่นประหลาดๆ
4 * อยากไปประเทศอื่นบ้างจังน้า ~~ *
5 * แต่ก่
อนอื่น ต้องกลับไปญี่ปุ่นให้ได้ !!! โย๊ชๆๆ


HAPPY BIRTHDAY !!
My only sister *0*

ย๊ะโฮ ~* วันนี้วันเกิดน้องสาววววววว
กิ๊วๆ อายุ 17 ? แล้วใช่มิ สาว seventeen!
จำได้ตอนเราอายุ 17 เรายังอัพไดสตอรี่ไทยอยู่เลย
(=w='' งั่มๆ ตอนนี้ย้ายบ้านหล่ะ ~)
น้องสาวโตแร้ววว เป็นสาวๆ
(จริงๆมันเป็นมาก่อนเราอีก 555+)

แอบเอารูปมันมาลง จะว่าแอบก็ไม่เชิง
เพราะเดี๋ยวมันก็เข้ามาเห็นเองแล๊ะ คริๆ
^___________________________^

วันเกิดแกแล้วน๊า 17 แล้ว เวลาผ่านไปรวดเร็ว
ยังจำภาพตอนเรานั่งเล่นเลโก้ด้วยกันได้เลย
ที่ต่อเป็นบ้านแล้วเอาตุ๊กตาเซเลอร์มูนมาเล่น
ฟังดูเหมือนมันเพิ่งผ่านไปไม่นานเลย
เอาจริงๆมันผ่านไปกี่ปีแล้วก็ไม่รู้ =w=''
หรือนานกว่านั้นก็ตอนที่พี่แพงให้ฟัง X-JAPAN!
เพราะเรานั่งดูคอนเสิร์ตนั้นด้วยกัน
ตอนนั้นเราประมาณ 4-5 ขวบเอง แอมก็ 2-3 ขวบ
ตั้งแต่วันนั้น พวกเราก็ Born to be แจแปนนิสซึ่ม!


อ๊ะ ลืมไม่ได้เลย ที่พ่อขับรถไปเขาใหญ่
นั่งเต้นไจแอนท์กับแอมตลอดทาง
คิดท่าได้ทุกเพลงในอัลบั้ม เต้นกันไม่รู้กี่รอบ
ทำไปด๊ายยยยยยย มานึกๆแล้ว
ปัจจุบันเพลงไจแอนท์ร้องยังไงยังร้องไม่ได้เลย ลืม = =''


เพื่อนที่สำคัญที่สุดในชีวิต คงหนีไม่พ้นน้องสาวคนนี้
แทบจะบอกได้ว่า ไม่มีอะไรเลยที่มันไม่รู้เกี่ยวกับเรา
นิสัยทุกอย่าง ทั้งข้อดีและข้อเสีย
เราเองก็รู้ของมันเหมือนกันนั่นหล่ะ ก็พี่น้องกันนี่ ^^


ตอนที่เราไปงานพัทยาด้วยกัน
ตอนที่เราเริ่มชอบจอห์นนี่ด้วยกัน
ตอนที่เราเริ่มบ้าเกาหลีด้วยกัน
ตอนที่เราเริ่มตัวติดกัน ไปไหนมีเราก็ต้องมีแอม
เวลาพวกนั้นผ่านไปรวดเร็วจังเลย
พวกเราโตขึ้นมากถึงขนาดนี้แล้วหรอเนี๊ยะ O_O''
เวลาเราเศร้าหรือมีปัญหา เรื่องพวกนี้แอมรู้หมดหล่ะ
มีประโยคนึงที่เราจำได้แม่น แล้วเราจะนึกถึงอยู่เสมอ
เวลาที่เรารู้สึกว่าเราไม่เหลือใครอีกแล้ว
เวลาที่เราสูญเสียแม้แต่ตัวเอง ประโยคนี้ มันช่วยเราไว้


... "ไม่ต้องอยู่กับใครหรอก อยู่กับแอมนี่แหละ
โตขึ้นไป เราก็จะอยู่ด้วยกัน 2 คนแบบนี้
คนที่ห่วงพี่ออย ก็มีแอมนี่ไง" ...


อาจจะฟังดูเป็นไปได้ยาก เพราะยังไงเมื่อพวกเราโตขึ้นไป
ก็อาจจะต้องแต่งงานมีครอบครัว (มองการณ์ไกลๆ)
แล้วถ้ามีครอบครัวแล้ว ก็ต้องแยกย้ายกัน ห่างกันไป
ฟังแล้วดูเหงาๆจังแฮะ ... มันทำให้รู้สึกใจหายแปลกๆ


แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เราก็เป็นพี่น้องที่สนิทกันมากอยู่ดี!
เพราะฉะนั้นแค่ระยะทางไม่สามารถบั่นทอน
ความสัมพันธ์ของเราได้หรอก
>___<'' เราเชื่อยังงั้น!
ขนาดเรามาเรียนที่นี่ พอกลับมาเจอหน้ากัน
ความรู้สึกก็เหมือนไม่เคยห่างกันเลยแม้แต่นิด
ความสัมพันธ์ที่มันแตกต่างจากเพื่อน
เพราะเราผูกพันธ์กันมากกว่าใครๆ =')
แถม ช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน มันทำให้เรารู้ว่า


- เวลาที่เราขาดอีกฝ่ายไป
ทำให้เรารู้สึกเหงาในใจได้ขนาดนี้ -


เรารักแอมมากๆ เหมือนกับที่
แอมก็รักเรามากเช่นกัน .. เรามั่นใจ ^^ ..

..

..

Snow Flake
Ost. I'm Sorry, I love you

0 * วันนี้วันดีๆของเรา ก็ยิ้มเยอะๆนะจ๊ะ กลับบ้านไป พาเลี้ยงๆ
1 * ความภาคภูมิใจ :: ที่ได้เกิดมาในครอบครัวที่น่ารักที่สุดในโลกแบบนี้ค่ะ !!
2 * วันนี้ตื่นมา 8 โมง นึกว่าเรียน 8.30 รีบแทบตาย =w='' (สรุปเรียน 9.00 แอ๊ก!)
3 * จะกลับไปเจอเฟิร์นดีมั๊ย? อยากกลับมากๆ แต่ก็ ...
4 * ฉันไม่อยากจะเสียคุณไปให้ใคร อย่าไปไหนเลยนะ
5 * ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราชอบบอกแอมว่า แกต้องหัดอยู่คนเดียวได้แล้วนะ
แกต้องพึ่งตัวเองได้แล้ว เพราะฉันคงไม่ได้อยู่กับแกตลอดไป ถึงจะอยากอยู่ด้วยกันก็ตาม
ความเป็นจริงแล้ว ...มันไม่ใช่เลย ... ใครกันแน่ ที่จำเป็นต้องพึ่งอีกฝ่ายอยู่เสมอๆ
คนที่เป็นคนที่ขาดแอมไปไม่ได้ คนที่คอยพึ่งแอมอยู่ตลอดเวลา ...จริงๆแล้ว
คนๆนั้นมันเราต่างหาก ^^''

ศักดิ์ศรี

(คำว่า "ศักดิ์ศรี" ใช้ไม่ได้กับความรัก)

..

..

..

ฉันเคยทะเลาะกับเพื่อน
แล้วงอนกันเป็นอาทิตย์ๆ ไม่มีใคร "ง้อ" ใคร
เพราะคำว่า "ศักดิ์ศรี" มันค้ำคออยู่
ช่วงเวลาระหว่างนั้นไม่มีอะไรดีๆเกิดขึ้นเลย
มีแต่ความไม่สบายใจที่คอยรบกวนใจอยู่ตลอดเวลา
กว่าจะคืนดีกันได้ ก็วุ่นวายอยู่ตั้งหลายวัน


คนเรามักชอบทำอะไร "ตรงข้าม" กับหัวใจ
ลองได้โกรธกันแล้ว คนหนึ่งถามว่า "เป็นอะไรไป"
อีกคนก็มักจะตอบว่า "เปล่า" ออกมาเป็นคำแรกเสมอๆ


ยิ่งถ้าเป็นแฟนกัน
น้ำหนักของ "ศักดิ์ศรี" ยิ่งเพิ่มตาม
ลองได้เปิดฉากทะเลาะกันแล้ว
ไม่มีใครยอมใครหรอก
เพราะมัวแต่เอาศักดิ์ศรีมาสู้กันจนเหนื่อย
นอกจากจะหมดแรงแล้ว
ยังหมดกำลังใจจะรักกันด้วย


ความรักดีๆ ก็เหมือนบทหนังดีๆสักเรื่อง
ผู้กำกับบางคนสร้างหนังเลวจากบทที่ดีได้
ความรักก็เหมือนกัน คนรักบางคนก็สร้างความสัมพันธ์แย่ๆ
จากพื้นฐานความรู้สึกดีๆได้
โดยเฉพาะการเอา "ศักดิ์ศรี" บ้าๆบอๆ
มาตัดต่อความรักให้มันดูวุ่นวาย ไม่เข้าใจ
และไม่มีทางรู้เรื่องว่าอีกคนต้องการอะไร


ถ้าอยากให้ความรักได้ออสการ์
ก็ต้องทำตัวให้เหมือนนักแสดงมืออาชีพ
ต่อให้โลกส่วนตัวจะอยู่กับความฟุ้งเฟ้อร่ำรวยหรูหราแค่ไหน
แต่เมื่อถึงเวลานักแสดงมืออาชีพต้องเข้าฉาก
แหวกว่ายในบ่อขี้โคลน
เขาก็ถอดคราบของความเป็นตัวเองทิ้ง
และเต็มใจจะลงไปแหวกว่าย เพราะความเป็น "มืออาชีพ"
เห็นหรือยังว่าความเป็นมืออาชีพ
ไม่ใช่ได้มาเพราะการยึดติดกับศักดิ์ศรีเสมอไป
ถ้าการได้มาซึ่งบางอย่าง จะต้องแลกมาด้วยบางอย่าง
เราก็ต้องเข้าใจว่า "ความรัก"
บางทีมันก็แลกมาด้วย "ศักดิ์ศรี"

ที่ต้องตัดใจโยนทิ้งไปเหมือนกัน


หากรู้ตัวว่ายัง "รัก" กันอยู่
ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะรักษาคนคนนี้เอาไว้
อย่าทำ "คนที่เรารักหล่นหายไปจากชีวิต"
เพียงเพราะไปยึดติดกับความเชื่อส่วนตัวที่ไม่ได้ทำให้ความรักดีขึ้น


เพราะสุดท้ายเราก็ต้องเลือกเอาว่า
อยากจะอยู่กับ "ศั ก ดิ์ ศ รี"
หรือจะอยู่กับ "ค น ที่ เ ร า รั ก"

0 * Credit :: ป้าบี ChawavClub --> Seal Online =')
1 * วันนี้ดู Sorry, I love you กับนุ๊ก เศร้ามาก T T''
2 * เราก็เป็นคนงี่เง่าจริงๆนั่นหล่ะ ...
3 * ปวดหัว ยังไม่หายซักที
4 * หิวแฮะ พวกนี้มันตื่นหล่ะ (เรายังไม่ได้นอนเลย = ='' มัวแต่ดูหนัง)
5 * เราตัดใจไม่ได้ ...
6 * เราเลือกมาตั้งนานแล้ว เรายอมละทิ้งศักดิ์ศรีชองตัวเองมากมาย
เพื่อทุ่มให้ความรักครั้งนี้ สุดท้ายแล้วไม่ว่ามันจะเป็นยังไง ก็คงทำได้แค่ยอมรับมัน =')
7 * เพราะฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ถึงจะไล่ ก็ไม่ไป !
8 * มันผิดมากเลยหรอ ... ฉันก็แค่ อยากจะอยู่กับคุณเท่านั้นเอง ...



Happy Birthday ทู มี๊ ทู มี 19 เต็มแล้วว ~*
แก่ขึ้นอีกปีแล้ว =') วันเกิดปีนี้เป็นวันเสาร์พอดี
ก่อนเปิดเทอมซะด้วย! พรุ่งนี้ก็ต้องกลับม.ล่ะ
แต่ปิดเทอมนี้ ถึงจะ ไม่ค่อย ได้ออกไปไหน
ตามแผนที่วางไว้มากมาย (555+)
ก็โอเคน๊ะ มีความสุขมากๆ มีเพื่อนใหม่


อายุ 19 แล้ว จะอวยพรตัวเองก็แปลกๆ 555+
เอาเป็นว่า เรามีเรื่องที่เราอยากจะทำให้ได้ดีกว่า
อย่างแรก เราสัญญาว่าเราจะเรียน จบด้วยเกรดที่ดูดี
(ในระดับความสามารถของเราด้วยนา = ='')
อย่างที่สอง เราจะทำให้พ่อกับแม่ พูดคำว่า
- พ่อ/แม่ ภูมิใจในตัวออยมาก - ให้ได้! ^^
อย่างที่สาม เราจะทำให้ทุกคนผิดหวังในตัวเองน้อยที่สุด
เราสัญญา สัญญาจริงๆ !! =')


เมื่อวานนั่งดู Sorry, I love you
ดูไม่จบซักที หลายแผ่นจัด = =''
แผ่นที่ 9 แอบกระตุก โฮฮฮๆ เศร้าใจ Q_Q''
สงสารอึนแช อึนแชเป็นคนดีมากๆ
ดูแล้วจะต้องแบบ คนดีบริสุทธิ์ขนาดนี้ก็มีด้วย!
เป็นคนดีจัดเลย จะบอกว่าเหมือนนางฟ้าก็ได้
นั่งดูแล้วร้องไห้ T T'' ตอนที่โม ฮุกบอกอึนแชว่า


- อย่าไปไหนเลยนะ อย่าไปแอฟริกาเลย
อยู่กับผมเถอะ ... ผมจะไม่ก่อเรื่องอีกแล้ว ... -


กรี๊ดดดด น้ำตาไหลเป็นโอ่ง ค่ะท่าน ชอบบบ T T''
(พรากๆ) แบบ ... น่ารักว๊า ......
ชีวิตชั้นจะมีมั่งมั้ยเนี้ย ความรักที่เหมือน
ละครรักโรแมนติกแบบเนี้ย (ไม่มี ถามเองตอบเอง)
โฮกๆๆ เดี๋ยววันนี้ก็จะไปดูต่อ ชอบจังๆ


พ่อบอกว่าจะพาไปเลี้ยง วี๊ดฮิ้วว
เตรียมท้องด่วน(ก่อนหน้านี้ก็ป่วยซะ เคลียร์พื้นที่ท้อง 555+)
ตอนนี้หายป่วยแล้ว อ๊ะ พ่อแม่แอมมาล่ะ
เดี๋ยวมาพิมพ์ต่อ แว๊บๆ (พิมพ์ตอน 2 ทุ่มกว่าๆ ~)


มาแล้ววว ~ ปีนี้ก็เป็นวันเกิดที่สงบสุขอีกปี
ปีที่แล้ว คนอวยพรเยอะมาก ปลื้มมากๆเลย
ปีนี้จะมีคนจำได้กี่คนกันน้า >_____<''
จริงๆนะ แค่มีซักคนจำได้ นั่นก็ดีมากแล้วล่ะ ^^a

..

..

19 แล้วววววววววววววววววว

(ปีหน้า ขึ้นเลข 2 จะดีใจยัง งี้มั้ยนะ 55555+)